จัดฟัน ดัดฟัน

จัดฟัน ดัดฟัน

การจัดฟัน เป็นกระบวนการแก้ไขความไม่สมดุลที่เกิดขึ้นจากการเรียงตัวของฟัน เช่น ฟันซ้อนเก ฟันยื่น ฟันห่าง เป็นต้น รวมถึงการสบฟันที่ผิดปกติให้กลับไปสู่สภาพที่ปกติ โดยให้ฟันมีการเรียงตัวที่ดี และสวยงาม ซึ่งโครงสร้างที่ถูกปรับเปลี่ยนรวมทั้งฟันที่ถูกเลื่อนไปยังตำแหน่งใหม่จะเกิดจากการใช้แรงที่ละเอียดอ่อน จากเครื่องมือจัดฟัน ลวด และ o-ring(ยางรัดฟัน) เป็นตัวกระตุ้นให้เกิดการปรับแต่งใหม่ เพื่อให้กระดูกที่ล้อมรากฟันจะเกิดการละลายและเสริมสร้างใหม่ของกระดูกแบบค่อยเป็นค่อยไปส่งผลให้เกิดการเคลื่อนตัวของฟันไปยังตำแหน่งที่มีความเชี่ยวชาญ

ประโยชน์ของ การจัดฟัน
จัดฟัน

มารู้จักการจัดฟันรูปแบบต่างๆ และขั้นตอน การจัดฟัน

ทำไมต้องจัดฟัน

เนื่องจากการเรียงตัวของฟันแต่ละคนไม่เหมือนกัน ขึ้นกับกรรมพันธุ์เป็นตัวกำหนดซึ่งมีผลต่อขนาด รูปร่าง และความสัมพันธ์ระหว่างขากรรไกร และปัจจัยอื่นๆ ที่มีผลต่อการเรียงตัวของฟัน ได้แก่

  • ขนาดของฟัน ใหญ่หรือเล็กเกินไป ทำให้การเรียงตัวของฟันแต่ละซี่ไม่เสมอกัน
  • จำนวนฟันที่มี อาจมีฟันขาดหายไป หรือมีฟันเกิน
  • นิสัยบางอย่างที่มีผลต่อการเรียงตัวของฟัน เช่น การดูดนิ้ว กัดเล็บ การกลืนโดยเอาลิ้นดุนฟัน การหายใจ ทางปาก เป็นต้น
  • การถอนฟันน้ำนมก่อนเวลาที่สมควร ทำให้ฟันแท้ขึ้นมาในทิศทางที่ไม่ตรงกับ
ประโยชน์ของ การจัดฟัน

 ประโยชน์ของการจัดฟันอันดับแรก คือช่วยแก้ปัญหาในการบดเคี้ยวอาหารให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ช่วยลดโรคภายในช่องปากที่มาจากฟันซ้อนเก เช่น การเรียงฟันที่ไม่ดี อาจส่งผลให้เกิดการปวดของขากรรไกร หรืออาจทำให้เหงือกบาดเจ็บ หรืออาจทำให้เสี่ยงต่อการเกิดฟันผุและเหงือกอักเสบ เป็นต้น

 ประโยชน์อันดับที่สองของการจัดฟันคือ ช่วยให้การเรียงตัวของฟัน เรียบ เป็นระเบียบ และใบหน้ามีความสวยงาม ยิ้มรับกับใบหน้ามากยิ่งขึ้น และ การจัดฟัน อาจมีความจำเป็นสำหรับการรักษาชนิดอื่นให้ประสบผลสำเร็จมากขึ้น เช่น การใส่สะพานฟัน การครอบฟัน และการใส่ฟันชนิดถอดได้

ใครบ้างที่ควรจัดฟัน

การจัดฟันเหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาเรื่องฟันซ้อนเกหลายซี่ ขากรรไกรบนล่างไม่สัมพันธ์กัน ขนาดของฟันทั้งปากรวมแล้วใหญ่กว่าขนาดของกระดูกขากรรไกร ทำให้ฟันเก ซ้อน คุด หรือในกรณีที่ฟันห่าง เนื่องจากขนาดของฟันทั้งปากรวมแล้วเล็กกว่าขนาดของกระดูกขากรรไกร รวมถึงผู้ที่ประสบปัญหาฟันล่างครอบฟันบนแทนที่ปกติแล้วฟันบนจะครอบฟันล่าง การรักษาลักษณะนี้ก็จะยุ่งยากกว่าปัญหาอื่นๆ เนื่องจากอาจจะต้องจัดฟันร่วมกับการผ่าตัดขากรรไกร ดังนั้นคนไข้จัดฟันหากได้รับการดูแลตั้งแต่เด็ก เริ่มจากฟันกรามแท้ขึ้นมาจะดี ถ้ามีปัญหาการสบฟันผิดปกติจะได้แก้ไขทัน และง่ายต่อการรักษาต่อไป

จัดฟันควรเริ่มที่อายุเท่าไร

โดยปกติการจัดฟันจะเริ่มในคนไข้อายุประมาณ 10 – 11 ปี ( หรือฟันแท้ขึ้นเกือบครบแล้ว ) และจะใช้เวลาจัดฟันโดยเฉลี่ยประมาณ 2 – 3ปี เครื่องมือจัดฟันมีทั้งแบบติดแน่นใช้ยางและลวดดึงฟัน และเครื่องมือจัดฟันแบบถอดได้ ดังนั้นเมื่อฟันแท้เริ่มขึ้นแล้ว ผู้ปกครองสามารถพาบุตรหลานไปพบทันตแพทย์ได้เลย เพื่อตรวจลักษณะทิศทางการขึ้นของฟัน และรับการจัดฟันอย่างเหมาะสม

ชนิดของเครื่องมือจัดฟัน

Metal bracket (จัดฟันแบบติดเหล็ก)

  • เป็นการจัดฟันโดยใช้เครื่องมือแบบติดแน่น
  • ต้องใช้ร่วมกับ o-ring elastic (ยางสีๆ) เพื่อให้ลวดจัดฟันยึดกับเครื่องมือจัดฟันได้
  • ให้ผลการรักษาที่ดีในราคาที่ไม่แพง
จัดฟันโลหะ

Ceramic bracket (จัดฟันเซรามิก ติดเหล็กแบบใส )

จัดฟันเซรามิก
  • เป็นการจัดฟันโดยใช้เครื่องมือแบบติดแน่น
  • ใช้ร่วมกัน o-ring (ยางสีๆ หรือสีใส) แต่สามารถใช้ร่วมกับยางสีใสเพื่อให้มองเห็นเครื่องมือน้อยลง
  • เหมาะสำหรับผู้ที่ไม่ต้องการให้เห็นเครื่องมือในช่องปาก (ยังเห็นเครื่องมือบ้าง แต่น้อยกว่าแบบโลหะ)

Damon (จัดฟันแบบดามอน )

  • เป็นการจัดฟันโดยใช้เครื่องมือแบบติดแน่น
  • ไม่ต้องใช้ o-ring elastic (ยางสีๆ) โดยลวดจัดฟันจะยึดกับเครื่องมือจัดฟันได้โดยตรง ส่งผลดีต่อการควบคุมแรงที่ใช้ในการเคลื่อนฟัน
  • ใช้เวลาในการจัดฟันน้อยกว่า และรู้สึกเจ็บฟันน้อยกว่าแบบปกติ
จัดฟันแบบดามอน

จัดฟันแบบใส อินวิสไลน์ (invisalign)

จัดฟันแบบใส
  • เป็นการจัดฟันโดยใช้เครื่องมือแบบใสและสามารถถอดได้ ซึ่งผลิตจากการออกแบบโดยทันตแพทย์และใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์เฉพาะของ Invisalign
  • ชุดเครื่องมือจัดฟันจะถูกผลิตออกมาเฉพาะกับแต่ละบุคคล โดยที่เครื่องมือแต่ละชุดนั้นจะค่อยๆ ทำการเคลื่อนฟันไปตามแผนการรักษาที่ได้ออกแบบไว้
  • ใช้ในกรณีที่ไม่ต้องการให้เห็นเครื่องมือจัดฟัน หรือสามารถถอดได้ในบางเวลาที่จำเป็น

การดูแลรักษาฟันเพื่อการจัดฟัน

ก่อนจัดฟันต้องตรวจสุขภาพฟันทั้งช่องปาก ถ้ามีฟันผุ ก็ต้องอุดฟันก่อน และขูดหินปูนเคลือบฟลูออไรด์และเคลือบร่องฟันที่มีหลุมลึกเพื่อป้องกันฟันผุขณะจัดฟัน ใน 2-3 ปี คนไข้ต้องได้รับการขูดหินปูน เคลือบร่องฟัน พร้อมเคลือบฟลูออไรด์ทุก 3 – 6 เดือน และทันตแพทย์จะตรวจฟันให้คนไข้ตลอดว่ามีฟันผุเพิ่มขึ้นหรือไม่ ถ้ามีจะได้ทำการรักษาได้ทันทีหลังจัดฟันเสร็จเรียบร้อย คนไข้จะต้องมาพบทันตแพทย์ทุก 6 เดือน เพื่อตรวจสุขภาพฟันและใส่ retainer (เครื่องมือคงสภาพฟัน) อย่างเคร่งครัด ตามเวลาที่ทันตแพทย์กำหนด

รีเทนเนอร์ (Retainer) คืออะไร

รีเทนเนอร์ (Retainer) คืออะไร

การคงความเรียบสวยของฟันให้เหมือนหลังถอดเครื่องมือจัดฟัน ทำได้ด้วยใส่เครื่องมือคงสภาพฟัน หรือ รีเทนเนอร์ Retainer ฟันที่เคลื่อนไปสู่ตำแหน่งใหม่จะเลื่อนคืนได้ง่าย เมื่อถอดเครื่องมือจัดฟันใหม่ ๆ เพราะสภาพกระดูกและเหงือกหุ้มฟันต้องใช้เวลาในการปรับสภาพเข้ากับตำแหน่งใหม่ ดังนั้นหลังถอดเครื่อง มือจัดฟันใหม่ ๆ ควรใส่ Retainer ตลอดเวลา ยกเว้นเวลาทานอาหารหรือแปรงฟัน หรือตามทันตแพทย์แนะนำ เมื่อเวลาผ่านไประยะหนึ่งแล้ว หลังจากที่เหงือกปรับสภาพกับตำแหน่งฟันใหม่ ซึ่งระยะเวลาจะแตกต่างกันในแต่ละคนอาจจะลดระยะเวลาในการใส่ รีเทนเนอร์ ลงได้ การใส่ Retainer ไม่สม่ำเสมอจะทำให้ฟันเลื่อนกลับตำแหน่งเดิม และจะทำให้ใส่ Retainer ไม่ลงในตำแหน่งเดิม และอาจต้องทำ Retainer ใหม่ หรือจัดฟันใหม่ในกรณีที่ฟันเคลื่อนมากๆ การทำความสะอาด Retainer ใช้แปรงสีฟันธรรมดาแปรงด้วยยาสีฟันเบา ๆ หรือใช้ยาเม็ดฟู่สำหรับทำความสะอาดฟันปลอมแช่ไว้ขณะทาน อาหารที่บ้าน ไม่วาง Retainer ไว้ในที่ที่สัตว์เลี้ยง หรือเด็กเล็กหยิบถึง ถ้า Retainer หายหรือชำรุด แจ้งทันตแพทย์ทันที

รีเทนเนอร์