รากฟันเทียม ที่ ศูนย์รากเทียม Straumann เชียงใหม่ เดนทัล เซ็นเตอร์

รากฟันเทียม การใส่ฟันทดแทนฟันแท้

รากฟันเทียม เป็นเทคโนโลยีการทดแทนฟันธรรมชาติที่สูญเสียไป เช่นจากการถอน ฟันแตก หรือฟันผุลึกเป็นต้น รากฟันเทียม ผลิตจากวัสดุไททาเนียม หรือวัสดุผสมเซรามิค ซึ่งสามารถเข้ากับร่างกายของมนุษย์ได้ดี ออกแบบมาเพื่อใช้ยึดติดกับกระดูกขากรรไกรของคนไข้ในตำแหน่งที่สูญเสียรากฟันธรรมชาติไป ซึ่งตัวรากฟันเทียมนี้จะสามารถรองรับการใส่ครอบฟัน สะพานฟัน หรือฟันปลอมทั้งปากเพื่อให้สามารถใช้บดเคี้ยวอาหารได้อย่างมีประสิทธิภาพเสมือนฟันธรรมชาติ

รากฟันเทียม การใส่ฟันทดแทนฟันแท้

 ข้อดีของการทำ รากฟันเทียม

  • ไม่ต้องสูญเสียเนื้อฟันซี่ข้างเคียงเหมือนการทำสะพานฟัน
  • เพิ่มความมั่นใจในการพูด การออกเสียง ช่วยให้บุคลิกภาพกลับมาดีดังเดิม
  • เพิ่มความสามารถในการบดเคี้ยว ใช้งานเสมือนฟันธรรมชาติมากกว่าฟันปลอมชนิดอื่นๆ
  • ช่วยคงสภาพกระดูกบริเวณที่สูญเสียฟัน ไม่ให้มีการสูญเสียหรือละลายไป อันเนื่องมาจากการสูญเสียฟัน

เทคโนโลยีของการทำ รากฟันเทียม, รากฟันเทียม Straumann จาก Swiss

  1. วางแผนการฝังรากฟันเทียมด้วยเทคโนโลยี CT Scanที่ ศูนย์ทันตกรรม เชียงใหม่ อินเตอร์เนชั่นแนล เดนทัล เซ็นเตอร์ (CIDC) ใช้เทคโนโลยี CT Scan ซึ่งเป็นระบบ x-ray 3 มิติ ที่มีความละเอียดสูง ทำให้ทันตแพทย์ สามารถมองเห็นความหนาแน่นและปริมาณกระดูกได้อย่างชัดเจน ซึ่งช่วยในการวางแผนก่อนการรักษาได้อย่างถูกต้อง แม่นยำ และช่วยสร้างความเชื่อมั่นและปลอดภัยแก่ผู้รับบริการ
  2. Computer Guided Implant Surgery เป็นการใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์ ในการนำภาพถ่ายรังสี CT Scan และภาพ Scanในช่องปากเพื่ออกแบบตัวช่วยในการกำหนดตำแหน่งและทิศทางของรากฟันเทียม ช่วยให้ทันตแพทย์สามารถวางแผนการฝังรากฟันเทียมในช่องปากได้อย่างแม่ยนำ และลดความผิดพลาดในขั้นตอนการทำงานได้
เทคโนโลยีของการทำ รากฟันเทียม, รากฟันเทียม Straumann จาก Swiss

รูปแบบการฝัง รากฟันเทียม, การฝังรากเทียม SIC พร้อมครอบฟัน

รูปแบบการฝังรากฟันเทียม

รากฟันเทียมแบบ Immediate loading

เป็นการทำรากฟันเทียมที่ทำการต่อส่วนของทันตกรรมประดิษฐ์ เช่น ครอบฟันไม่ว่าจะเป็นแบบชั่วคราว หรือแบบถาวร ไปที่รากฟันเทียมพร้อมกับขั้นนตอนในการฝังรากฟันเทียม โดยจะช่วยลดระยะเวลาของการรอการยึดติดของรากเทียม และช่วยในเรื่องของความสวยงามเนื่องจากคนไข้จะสามารถมีฟันทดแทนได้อย่างรวดเร็ว

รากฟันเทียมแบบ Immediate Placement

เป็นการฝังรากเทียมทันทีพร้อมกับการถอนฟันธรรมชาติ โดยมีข้อดี คือลดขั้นตอนและระยะเวลาในการรอการหายตัวของแผลตามปกติ อีกทั้งยังช่วยลดการละลายของกระดูก ลดโอกาสการเกิดเหงือกร่นอีกด้วย

โดยตำแหน่งฟันที่เหมาะจะทำด้วยวิธีนี้มักจะเป็นฟันหน้า หรือฟันกรามน้อย รวมถึงไม่มีพยาธิสภาพที่ปลายรากฟันของฟันที่จะถอน และต้องมีปริมาณกระดูกในบริเวณที่จะทำเพียงพอให้รากฟันเทียมยึดอยู่ได้

รากฟันเทียมแบบ Conventional

การฝังรากเทียมโดยขั้นตอนทั่วไป เริ่มจากการถอนฟันธรรมชาติเดิมที่มีในช่องปาก และรอให้มีการหายของแผล จากนั้นทำการผ่าตัดเล็กเพื่อฝังรากเทียมลงไปในกระดูกขากรรไกร หลังจากฝังรากเทียมแล้วจะต้องรอให้รากเทียมและกระดูกยึกติดกันเต็มที่ ประมาณ 3-4 เดือนขึ้นอยู่กับลักษณะของกระดูก และทันตแพทย์ก็จะทำฟันเทียมยึดกับรากเทียมต่อไป

ขั้นตอนการฝัง รากฟันเทียม เชียงใหม่

  1. ทันตแพทย์รากเทียม จะทำการตรวจในช่องปากรวมถึงการถ่ายภาพเอกซเรย์ , CT Scan และพิมพ์แบบจำลองฟันเพื่อวินิจฉัย และวางแผนการรักษาที่ถูกต้องและเหมาะสมกับแตละบุคคล
  2. ทำการผ่าตัดเพื่อฝังรากเทียมที่กระดูกขากรรไกร จากนั้นรอให้รากเทียมผสานติดกับกระดูกโดยทั่วไปจะใช้ระยะเวลาประมาณ 3-6 เดือนจึงจะนัดผู้ป่วยกลับมาเพื่อประเมินอีกครั้ง
  3. เมื่อรากเทียมยึดติดแน่นสนิทดีแล้ว ทันตแพทย์จะทำการพิมพ์ฟันและดำเนินขั้นตอนทางเทคนิคทันตกรรมเพื่อทำครอบฟัน สะพานฟัน หรือฟันปลอมต่อไป
  4. หลังจากใส่รากเทียมรวมถึงฟันปลอมในช่องปากแล้ว ทันตแพทย์จะนัดตรวจการใช้งานและสุขภาพฟันทั่วไปทุกๆ6 เดือน

ข้อจำกัดของการทำ รากฟันเทียม

  1. ผู้ที่มีกระดูกในขากรรไกรไม่เพียงพอในบริเวณที่จะทำการฝังรากเทียม (ในบางกรณีสามารถแก้ไขได้ด้วยการปลูกกระดูกร่วมกับการฝังรากเทียม)
  2. สาเหตุทางด้านสุขภาพ หรือโรคประจำตัวบางอย่างที่ทำให้สภาพช่องปากแลกระดูกขากรรไกรไม่เหมาะกับการฝังรากเทียม เช่น โรคกระดูกพรุน หรือโรคมะเร็งที่ได้รับการฉายแสงเป็นต้น
  3. ผู้ที่สูบบุหรี่จะมีความเสี่ยงที่จะทำให้เกิดความล้มเหลวในการรักษา
  4. ผู้ที่ยังอยู่ในวัยเจริญเติบโต โดยควรที่จะรับการฝังรากเทียมหลังจากที่หมดการเจริญเติบโตของใบหน้าและขากรรไกรแล้ว